วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ผู้จัดทำ นางสาว มัณฑนา สกุลคู


ผู้จัดทำ
นางสาว มัณฑนา  สกุลคู  รหัส 06550043 ชั้นปีที่ 3 วิชาเอก ภาษาอังกฤษ


บล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา 462 201 การพัฒนาหลักสูตร
สอนโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุเทพ อ่วมเจริญ
สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ  ภาควิชาหลักสูตรและวิชาการสอนคณะศึกษาศาสตร์ 
มหาวิทยาลัยศิลปากร
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557

สัปดาห์ที่ 16 : ปัญหาและแนวโน้มในการพัฒนาหลักสูตร

สัปดาห์ที่ 16 : ปัญหาและแนวโน้มในการพัฒนาหลักสูตร


ปัญหาของการพัฒนาหลักสูตร
ปัญหาของการพัฒนาหลักสูตร  คือปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการยกระดับของหลักสูตรจากระดับที่เป็นขึ้นสู่อีกระดับหนึ่ง  ปัญหาอันเกิดจากการร่วมคิดร่วมทำ  ร่วมกันสร้างหลักสูตร และร่วมกันนำหลักสูตรไปใช้  มีดังนี้
1. ปัญหาขาดครูที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
2. ปัญหาการไม่ยอมรับและไม่เปลี่ยนแปลงบทบาทการสอนของครูตามแนวหลักสูตร
3. ปัญหาการจัดอบรมครู
4. ศูนย์การพัฒนาหลักสูตร  ไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตน
5. ขาดการประสานงานที่ดีระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ 
6. ผู้บริหารต่าง ๆ ไม่สนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร
7. ปัญหาขาดแคลนเอกสาร เนื่องจากขาดงบประมาณและการคมนาคมขนส่งไม่มีประสิทธิภาพพอ

วิธีการพัฒนาหลักสูตร  มี 5 วิธีการ
1. การพัฒนาหลักสูตรจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง
2. การพัฒนาหลักสูตรจากเบื้องล่างสู่เบื้องบน
3. การพัฒนาหลักสูตรแบบวิธีการสาธิต
4. การพัฒนาหลักสูตรวิธีการอย่างมีระบบ
5. การพัฒนาหลักสูตรโดยวิธีเชิงปฏิบัติการ

แนวโน้มการพัฒนาหลักสูตรในอนาคต

1. พัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้  (เครือข่ายวิชาการ  วิชาชีพ)
2. พัฒนาหลักสูตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  (Sustainable Development)
-  จัดหลักสูตรเพื่อการพัฒนาคนต่อเนื่องตลอดชีวิต
3.  รูปแบบหลักสูตรจะหลากหลายมากขึ้น  เช่น  หลักสูตรการศึกษาภาคพิเศษ  หลักสูตรเฉพาะกิจ  หลักสูตรฝึกอบรม
4.  เปิดหลักสูตรนานาชาติเพิ่มขึ้น
5.  มีการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศอย่างน้อย 2 ประเทศ เช่น เวียตนาม  เขมร  ลาว  มลายู
6.  มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น  การใช้เทคโนโลยีต้องไม่ขัดกับสังคมและสิ่งแวดล้อม  ต้องไม่ให้เทคโนโลยีเป็นนายเรา
7.  หลักสูตรและการเรียนการสอนจะต้องพัฒนาทักษะในการคิด  การศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง  และความสามารถในการสื่อสาร  พัฒนาคนให้คิดกว้าง  คิดไกล  ใฝ่รู้
8.  ให้ผู้เรียนมีความรู้ทั้งเรื่องที่เป็นสากล  นานาชาติ และของไทย  ต้องรู้เขารู้เรา
9.  พัฒนาหลักสูตร ส่วนกลาง 60 % ส่วนท้องถิ่น  40  %
10. จัดการเรียนการสอน โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน  ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา
11. จะต้องมีการประกันคุณภาพทางการศึกทุกระดับ

ที่มา:  http://www.l3nr.org/posts/408465

สัปดาห์ที่ 15 : การประเมินผลหลักสูตร: แนวคิด ทฤษฎี และรูปแบบ (ต่อ)

สัปดาห์ที่ 15 : การประเมินผลหลักสูตร: แนวคิด ทฤษฎี และรูปแบบ (ต่อ)


ประโยชน์ของการประเมินหลักสูตร

- ทำให้ทราบถึงจุดดีจุดเสียหลักสูตรที่สร้างหรือพัฒนาขึ้น
- ช่วยส่งเสริมและปรับปรุงการสอนให้ดีขึ้น
- ช่วยในการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน
- ช่วยในการปรับปรุงการบริหารในสถานศึกษา
- ช่วยในการแนะแนวทั้งด้านการเรียนและอาชีพแก่ผู้เรียน
- ช่วยชี้ให้เห็นถึงคุณค่าของหลักสูตรที่พัฒนา

ขั้นตอนในการประเมินหลักสูตร

1. ขั้นกำหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินหลักสูตร  ผู้ประเมินหลักสูตรต้องกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการประเมินให้ชัดเจนก่อนว่าจะประเมินในส่วนใดหรือเรื่องใด   นอกจากนี้ผู้ประเมินหลักสูตรต้องกำหนดด้วยว่าต้องการนำข้อมูลมาทำอะไร  การกำหนดขอบข่ายวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการประเมินหลักสูตรอย่างเด่นชัดจะเป็นกรอบของการประเมินผลหรือตัวเสนอแนะรูปแบบของการประเมินผลกลุ่มผู้ให้ข้อมูลวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลและการสร้างมือที่ใช้ในการประเมินหลักสูตรได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง

2. ขั้นวางแผนออกแบบการประเมินผล  หลังจากที่ผู้ประเมินผลได้ศึกษาและสำรวจเอกสารและผลงานประเมินที่เกี่ยวข้องต่างๆ แล้ว  ผู้ประเมินผลก็พร้อมที่จะตัดสินใจวางรูปแบบการประเมินหลักสูตรได้  สิ่งที่ผู้ประเมินผลจะต้องตัดสินใจกำหนดมีดังนี้  คือ
2.1   การกำหนดกลุ่มตัวอย่าง
2.2   การกำหนดแหล่งข้อมูล
2.3   การพัฒนาเครื่องมือและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
2.4   การกำหนดเกณฑ์ในการประเมิน
2.5   การกำหนดเวลา

3.  ขั้นเก็บรวบรวมข้อมูล  ผู้ประเมินผลเก็บรวบรวมข้อมูลตามกรอบขอบข่ายและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในปฏิทินปฏิบัติงานประเมินผล

4.  ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล  ผู้ประเมินผลกำหนดวิธีการจัดระบบข้อมูลโดยอาจจำแนกเป็นหมวดหมู่  และพิจารณาเลือกใช้สถิติในการวิเคราะห์ที่เหมาะสม

5.  ขั้นรายงานผลการประเมิน  ภายหลังจากที่วิเคราะห์ข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้ประเมินผลจะต้องรายงานและเสนอผลการประเมินโดยพิจารณาตัดสินว่าจะให้ออกมาในรูปแบบใด  เป็นความเรียงหรือในรูปของกราฟ  เป็นต้น

ปัญหาในการประเมินหลักสูตร

 ปัญหาด้านการวางแผนการประเมินหลักสูตร
 ปัญหาด้านเวลา
 ปัญหาด้านความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการการประเมินหลักสูตร
 ปัญหาด้านความตรงของข้อมูล
 ปัญหาด้านวิธีการประเมิน
 ปัญหาด้านการประเมินหลักสูตรทั้งระบบ
 ปัญหาด้านการประเมินหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
 ปัญหาด้านเกณฑ์การประเมิน

แนวทางสำหรับการประเมินหลักสูตร

มี  3  ลักษณะ  คือ
1.  การประเมินสัมฤทธิ์ผลของหลักสูตร  เป็นแนวทางสำหรับการประเมินหลักสูตรที่มุ่งเน้นการศึกษาสัมฤทธิ์ผลที่ได้จากการใช้หลักสูตร
2.  การประเมินคุณค่าของหลักสูตร  เป็นการประเมินเพื่อดูว่าหลักสูตรสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์ที่กำหนดได้เพียงใดและได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่
3.  การประเมินในลักษณะการตัดสิน  รูปแบบการประเมินหลักสูตรแบบนี้จะมีความเชื่อพื้นฐานอยู่ว่าหลักสูตรที่ดีควรจะส่งผลกระทบต่อการกระทำในอนาคต

รูปแบบการประเมินหลักสูตร

แบ่งได้เป็น  2  ประเภทใหญ่ๆ  คือ
1.  รูปแบบของการประเมินหลักสูตรที่สร้างเสร็จใหม่ๆ  เป็นการประเมินผลก่อนนำหลักสูตรไปใช้  ซึ่งในกลุ่มนี้จะเสนอรูปแบบที่เด่นๆ
2.  รูปแบบของการประเมินหลักสูตรในระหว่างหรือหลังการใช้หลักสูตร  ซึ่งในกลุ่มนี้สามารถแบ่งกลุ่มย่อยได้เป็น  4  กลุ่ม  ดังนี้
2.1  รูปแบบการประเมินหลักสูตรที่ยึดจุดมุ่งหมายเป็นหลัก
2.2  รูปแบบการประเมินหลักสูตรที่ไม่ยึดเป้าหมาย
2.3  รูปแบบการประเมินหลักสูตรที่ยึดเกณฑ์เป็นหลัก
2.4  รูปแบบการประเมินหลักสูตรที่ช่วยในการตัดสินใจ


ที่มา: www.rncc.ac.th/Media/Early_Childhood_Education/...3.../unit7.ppt

สัปดาห์ที่ 14 : การประเมินผลหลักสูตร: แนวคิด ทฤษฎี และรูปแบบ

สัปดาห์ที่ 14 : การประเมินผลหลักสูตร: แนวคิด ทฤษฎี และรูปแบบ

ความหมายของการประเมินหลักสูตร
             การประเมินผลหลักสูตร หมายถึง การศึกษารวบรวมข้อมูลของหลักสูตรทั้งหมดเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำ การดำเนินการใช้และผลของการใช้หลักสูตร ตลอดจนการตัดสินคุณค่าและคุณภาพของหลักสูตร แล้วนำมาวิเคราะห์เทียบกับเกณฑ์เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจให้คุณค่าแก่หลักสูตรว่าหลักสูตรมีข้อดี จุดอ่อนในเรื่องใด รวมทั้งผลการใช้หลักสูตรและตัดสินว่าหลักสูตรมีคุณค่าตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ การประเมินผลหลักสูตรเป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรเพราะจะทำให้ทราบว่าหลักสูตรประสบผลสำเร็จเพียงใด  มีอะไรที่จะต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง  หรือจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป

จุดมุ่งหมายการประเมินหลักสูตร
1.  เพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขสิ่งบกพร่องที่พบในองค์ประกอบต่างๆ ของหลักสูตรเพื่อที่จะพิจารณาว่าองค์ประกอบต่างๆ ของหลักสูตรมีความเหมาะสมและสอดคล้องหรือไม่  มีปัญหาอุปสรรคอะไร  จะได้เป็นประโยชน์แก่นักพัฒนาหลักสูตรและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่างๆ ของหลักสูตรให้มีคุณภาพดีขึ้นได้ทันท่วงที
2.  เพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขระบบการบริหารหลักสูตร
3.  เพื่อช่วยในการตัดสินใจของผู้บริหารว่าควรใช้หลักสูตรต่อไปอีกหรือควรยกเลิกการใช้หลักสูตรเพียงบางส่วนหรือยกเลิกทั้งหมด

4.  เพื่อต้องการทราบคุณภาพของผู้เรียนซึ่งเป็นผลผลิตของหลักสูตรว่ามีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปตามความมุ่งหวังของหลักสูตรหรือไม่

ระยะของการประเมินหลักสูตร
การประเมินหลักสูตรที่ดีจึงต้องตรวจสอบเป็นระยะเพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น  โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น  3  ระยะ  คือ
การประเมินหลักสูตรก่อนนำหลักสูตรไปใช้
การประเมินหลักสูตรระหว่างการดำเนินการใช้หลักสูตร

การประเมินหลักสูตรหลังการใช้หลักสูตร


สิ่งที่ต้องประเมินในเรื่องหลักสูตร
1. การประเมินเอกสารหลักสูตร
เป็นการตรวจสอบคุณภาพขององค์ประกอบต่างๆ ของหลักสูตรว่าจุดหมาย  จุดประสงค์  โครงสร้างเนื้อหาสาระ  และวิธีการวัดและประเมินผลนักเรียนมีความสอดคล้อง  เหมาะสม ครอบคลุม  และถูกต้องตามหลักการพัฒนาหลักสูตรหรือไม่  ภาษาที่ใช้สามารถสื่อให้เข้าใจและมีความชัดเจนในการนำไปสู่การปฏิบัติหรือไม่
การประเมินเอกสารหลักสูตรเป็นการการตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตรว่ามีความเหมาะสมดีและถูกต้องกับหลักการพัฒนาหลักสูตรเพียงใด  การตรวจสอบเอกสารหลักสูตร  อาจทำได้โดยวิธีการดังต่อไปนี้
การตรวจสอบโดยคณะพัฒนาหลักสูตร
การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ
การทดลองใช้หลักสูตร
การประเมินเอกสารหลักสูตรมักใช้วิธีวิเคราะห์เนื้อหา  และใช้วิธีให้ผู้รู้  ผู้เชี่ยวชาญ  หรือผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการประเมิน  นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิธีอื่นๆ  เช่น  การใช้การสัมภาษณ์  การตอบแบบสอบถาม  โดยกำหนดรายการและระดับที่ต้องการประเมิน  เป็นต้น

2. การประเมินการใช้หลักสูตร
เป็นการตรวจสอบว่าหลักสูตรสามารถนำไปใช้ได้ดีกับสถานการณ์จริงเพียงใด  การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรทำอย่างไร  มีปัญหาอุปสรรคอะไรในการใช้หลักสูตรเพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นและสามารถใช้หลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ

3. การประเมินผลสัมฤทธิ์ของหลักสูตร
เป็นการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน  ซึ่งประกอบด้วย  ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการและผลสัมฤทธิ์ที่ไม่ใช่วิชาการ  การประเมินผลสัมฤทธิ์ของหลักสูตรเป็นการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน  ซึ่งประกอบด้วยสัมฤทธิผลทางวิชาการและสัมฤทธิ์ผลที่ไม่ใช่ทางวิชาการ

4. การประเมินระบบหลักสูตร
เป็นการประเมินหลักสูตรในลักษณะที่มีความสมบูรณ์และมีความซับซ้อนมาก การประเมินระบบหลักสูตรจะมีความเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักสูตรด้วย


ที่มา: https://www.gotoknow.org/posts/65984

สัปดาห์ที่ 13 : การนำหลักสูตรไปใช้ (ต่อ)

สัปดาห์ที่ 13 : การนำหลักสูตรไปใช้ (ต่อ)


หลักการที่สำคัญในการนำหลักสูตรไปใช้

1. จะต้องมีการวางแผนและเตรียมการ

2. จะต้องมีองค์คณะบุคคลทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่ประสานงานกัน

3. ดำเนินการอย่างเป็นระบบ

4. คำนึงถึงปัจจัยที่จะช่วยในการนำหลักสูตรไปใช้

5. ครูเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุด ดังนั้น ครูจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่และจริงจัง

6. จัดตั้งให้มีหน่วยงานที่มีผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เพื่อให้การสนับสนุนและพัฒนาครู

7. หน่วยงานและบุคคลในฝ่ายต่างๆ ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

8. มีการติดตามและประเมินผลเป็นระยะๆ

กิจกรรม/งานที่เกี่ยวข้องกับการนำหลักสูตรไปใช้

        สงัด อุทรานันท์ (2532 : 263-271) กล่าวว่า การนำหลักสูตรไปใช้มีงานหลัก 3 ประการ คือ

 1. งานบริหารและบริการหลักสูตร จะเกี่ยวข้องกับ งานเตรียมบุคลากร การจัดครูเข้าสอนตามหลักสูตร การบริหารและบริการวัสดุหลักสูตร การบริการหลักสูตรภายในโรงเรียน

   2. งานดำเนินการเรียนการสอนตามหลักสูตรประกอบด้วย การปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่น การจัดทำแผนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

    3. งานสนับสนุนและส่งเสริมการใช้หลักสูตรประกอบด้วย การนิเทศและติดตามผลการใช้หลักสูตรและการตั้งศูนย์บริการเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการใช้หลักสูตร

ขั้นตอนการนำหลักสูตรไปใช้

1. ขั้นการเตรียมการใช้หลักสูตร

- การตรวจสอบลักษณะหลักสูตร

- การวางแผนและการทำโครงการศึกษานำร่อง

- การประเมินโครงการศึกษานำร่อง

- การประชาสัมพันธ์หลักสูตร

- การเตรียมบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

2. ขั้นดำเนินการใช้หลักสูตร

          - การบริหารและบริการหลักสูตร

          -การดำเนินการเรียนการสอนตามหลักสูตร

          - การสนับสนุนและส่งเสริมการใช้หลักสูตร

3. ขั้นติดตามและประเมินผล

          - การนิเทศและการใช้หลักสูตรในโรงเรียน

          - การติดตามและประเมินผลการใช้หลักสูตร

การประเมินหลักสูตร

1. การตรวจสอบประสิทธิผลและความตกต่ำของคุณภาพของหลักสูตร

2. การตรวจสอบหาเหตุที่ทำให้คุณภาพตกต่ำ

3. แก้ไขและตรวจสอบประสิทธิผลของวิธีการที่นำมาแก้ไข

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำหลักสูตรไปใช้

                                บทบาทของหน่วยงานส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นในการนำหลักสูตรไปใช้

1.การใช้หลักสูตรโดยหน่วยงานส่วนกลางที่มีบทบาทเต็มที่

2.การใช้หลักสูตรโดยให้โรงเรียนมีบทบาทเต็มที่

3.การใช้หลักสูตรโดยให้หน่วยงานส่วนกลางมีบทบาทเป็นส่วนใหญ่ และมีหน่วยงานท้องถิ่นเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ

4.ใช้หลักสูตรโดยให้หน่วยงานส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญ และหน่วยงานส่วนกลางเป็นผู้ให้การสนับสนุน

บทบาทของบุคลากรในการนำหลักสูตรไปใช้

1.ผู้บริหารโรงเรียน

2.หัวหน้าหมวดวิชาหรือสาขาวิชา

3.ครูผู้สอน

 สรุป(Summary)            

การนำหลักสูตรไปใช้เป็นการแปลงหลักสูตรไปสู่การสอน เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย และเป็นกิจกรรมที่เป็นขั้นตอนการปฏิบัติหลายขั้นตอน วิธีการของกระบวนการนำหลักสูตรไปใช้ น่าจะเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาหลักสูตรมีผู้กล่าวว่า แม้เราจะมีหลักสูตรที่ดีแสนดี แต่ถ้านำหลักสูตรไปใช้อย่างไม่ถูกต้องแล้วหลักสูตรนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการนำหลักสูตรไปใช้ จะต้องศึกษา ทำความเข้าใจกับการนำหลักสูตรไปใช้ตามบทบาทหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้การใช้หลักสูตรนั้น สัมฤทธิ์ผลตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้          

ที่มา: https://sites.google.com/site/viewnaiyana/karna-hlaksutr-pi-chi             

สัปดาห์ที่ 12 : การนำหลักสูตรไปใช้

สัปดาห์ที่ 12 : การนำหลักสูตรไปใช้


การนำหลักสูตรไปใช้

มโนทัศน์(Concept)

               การนำหลักสูตรไปใช้เป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาหลักสูตร เพราะเป็นการนำอุดมการณ์ จุดมุ่งหมายของหลักสูตร เนื้อหาวิชา และประสบการณ์การเรียนรู้ที่คัดสรรค์อย่างดีแล้วไปสู่ผู้เรียน นักพัฒนาหลักสูตรทุกคนต่างก็ยอมรับความสำคัญของขั้นตอนในการนำหลักสูตรไปใช้ ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าขั้นตอนอื่นใดทั้งหมด เป็นตัวบ่งชี้ถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวของหลักสูตรโดยตรง

หลักสูตรแม้จะได้สร้างไว้ดีเพียงใดก็ตาม ยังไม่สามารถจะกล่าวได้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ถ้าหากว่าการนำหลักสูตรไปใช้ดำเนินไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ดีเพียงพอ ความล้มเหลวของหลักสูตรจะบังเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นการนำหลักสูตรไปใช้จึงมีความสำคัญที่บุคคลผู้เกี่ยวข้องในการนำหลักสูตรไปใช้จะต้องทำความเข้าใจกับวิธีการขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้สามารถนำหลักสูตรไปใช้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุดสมความมุ่งหมายทุกประการ



ผลการเรียนรู้(Learning Outcome)

มีความรู้ ความเข้าใจการนำหลักสูตรไปใช้

มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้

สามารถบอกบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อการประสานงานเมื่อนำหลักสูตรไปใช้



สาระเนื้อหา(Content)

การนำหลักสูตรไปใช้

                การนำหลักสูตรไปใช้เป็นขั้นตอนสำคัญของการพัฒนาหลักสูตร เป็นกระบวนการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆในการนำหลักสูตรไปสู่โรงเรียนและจัดการเรียนการสอนเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายของหลักสูตร การนำหลักสูตรไปใช้เป็นงานเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย ตั้งแต่ระดับกระทรวงศึกษาธิการ แต่ละฝ่ายมีความเกี่ยวข้องในแต่ละส่วนของการนำหลักสูตรไปใช้ เช่น หน่วยงานส่วนกลางเกี่ยวข้องในด้านการบริหารและบริหารหลักสูตรกับการนิเทศและติดตามผลการใช้หลักสูตร

                การนำหลักสูตรไปใช้จำต้องเป็นขั้นตอนตามลำดับ นับแต่ขั้นการวางแผน และเตรียมการในการประชาสัมพันธ์หลักสูตร และการเตรียมบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ขั้นต่อมาคือการดำเนินการนำหลักสูตรไปใช้อย่างมีระบบ นับแต่การจัดครูเข้าสอนตามหลักสูตร การบริการวัสดุหลักสูตรและสิ่งอำนวยความสะดวกในการนำหลักสูตรไปใช้ และดำเนินการเรียนการสอนตามหลักสูตร

                ส่วนขั้นสุดท้ายต้องติดตามประเมินผลการนำหลักสูตรไปใช้ นับแต่การนิเทศติดตามผลการใช้หลักสูตร การติดตามและประเมินผลการใช้หลักสูตร การนำหลักสูตรไปใช้ถือเป็นกระบวนการที่สำคัญ ที่จะทำให้หลักสูตรที่สร้างขึ้นบรรลุผลตามจุดหมาย และเป็นกระบวนการที่ต้องได้รับความร่วมมือจากบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายๆฝ่าย และที่สำคัญที่สุดคือครูผู้สอน

ความหมายของการนำหลักสูตรไปใช้

                                การนำหลักสูตรไปใช้ซึ่งเป็นขั้นตอนที่นำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติงานที่มีขอบเขตกว้างขวาง ทำให้การให้ความหมายของคำว่าการนำหลักสูตรไปใช้แตกต่างกันออกไป นักการศึกษาหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นหรือให้คำนิยามของคำว่าการนำหลักสูตรไปใช้ ดังนี้

                                โบแชมป์ (Beauchamp,1975:164)ได้ให้ความหมายของการนำหลักสูตรไปใช้ว่า การนำหลักสูตรไปใช้ หมายถึง การนำหลักสูตรไปปฏิบัติ โดยการะบวนการที่สำคัญที่สุด คือการแปลงหลักสูตรไปสู่การสอน การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนให้ครูได้มีพัฒนาการเรียนการสอน

                                สันติ ธรรมบำรุง (2527.120)กล่าวว่า การนำหลักหลักสูตรไปใช้หมายถึงการที่ผู้บริหารโรงเรียนและครูนำโครงการของหลักสูตรที่เป็นรูปเล่มนั้นไปปฏิบัติให้บังเกิดผล รวมถึงการบริหารงานด้านวิชาการของโรงเรียนเพื่ออำนวยความสะดวกให้ครูและนักเรียนสามารถสอนและเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                                จันทรา (Chandra, 1977:1) ได้ให้ความหมายของการนำหลักสูตรไปใช้ว่าเป็นการทดลองใช้เนื้อหาวิชาวิธีการสอน เทคนิคการประเมิน การใช้อุปกรณ์การสอน แบบเรียนและทรัพยากรต่างๆให้เกิดประโยชน์แก่นักเรียน โดยมีครูและผู้ร่างหลักสูตรเป็นผู้ปัญหาแล้วหาคำตอบให้ได้จากการประเมินผล

แนวคิดเกี่ยวกับการนำหลักสูตรไปใช้

                                โบแชมป์ (Beauchamp, 1975: 169) กล่าวว่า สิ่งแรกที่ควรทำคือ การจัดสภาพแวดล้อมของโรงเรียน ครูผู้นำหลักสูตรไปใช้มีหน้าที่แปลงหลักสูตรไปสู่การสอน โดยใช้หลักสูตรเป็นหลักในการพัฒนากลวิธีการสอน สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการนำหลักสูตรไปใช้ให้ได้ผลตามเป้าหมาย

                1. ครูผู้สอนควรมีส่วนร่วมในการร่างหลักสูตร

                2. ผู้บริหารต้องเห็นความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินงานให้เกิดผลสำเร็จได้ ผู้นำที่สำคัญที่จะรับผิดชอบได้ดี คือครูใหญ่

สัปดาห์ที่ 11 : การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น

สัปดาห์ที่ 11 : การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น

ความหมายของหลักสูตรท้องถิ่น

               การนำหลักสูตรแม่บทมาปรับเพิ่มให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นเพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง  อันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิต  โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ฉบับปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ 2) พ.ศ. 2545  (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา 2547 : 15) ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  เพื่อความเป็นไทย  ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ     การดำรงชีวิต  และการประกอบอาชีพ  ตลอดจนการศึกษาต่อ

ดังนั้น สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องจัดทำสาระของหลักสูตร  ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพในชุมชนและสังคม  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  คุณลักษณะอันพึงประสงค์  เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว   ชุมชน  สังคม และประเทศชาติ  ดังนั้น  นอกจากโรงเรียนจะจัดเป็นหลักสูตรสถานศึกษา แล้ว ยังต้องเพิ่มหลักสูตรท้องถิ่นที่สนองตอบต่อความต้องการของท้องถิ่นที่โรงเรียนอยู่อีกด้วย  ความหมายของหลักสูตรท้องถิ่น  ก็คือ    “การดำเนินงานจัดทำ  ขยายเพิ่มเติมเรื่องที่จำเป็นและสำคัญที่ต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เพิ่มเติมตามความต้องการของท้องถิ่น  โดยไม่กระทบต่อหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544  แต่เป็นการเสริมสร้างต่อยอดให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้  เต็มตามศักยภาพและนำไปสู่มาตรฐานของหลักสูตร”

ลักษณะการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น  3  ประเภท  คือ

หลักสูตรท้องถิ่นที่พัฒนาโดยท้องถิ่นเองทั้งหมด  แต่ต้องเป็นไปตามนโยบายที่ส่วนกลางได้กำหนดไว้  ( หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พ.ศ. 2544 )  

หลักสูตรท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นจากหลักสูตรแม่บทที่ส่วนกลางจัดทำ  ส่วนกลางของรัฐ  จัดทำหลักสูตรแม่บท  และเว้นที่ว่างให้ท้องถิ่นมีเสรีภาพในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของท้องถิ่น  โดยหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544  มีแนวทางการพัฒนาได้เป็น  2  กรณี  คือ

1) หลักสูตรท้องถิ่นที่พัฒนาโดยบางส่วนของหลักสูตรแม่บท  กล่าวคือ  เป็นการปรับองค์ประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของหลักสูตรแม่บท  เช่น  ปรับรายละเอียดของสาระการเรียนรู้ เพิ่มเติมกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา  และความต้องการของท้องถิ่น  ทั้งนี้ยังยึดมาตรฐานของหลักสูตรแม่บทอยู่

                2) หลักสูตรท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นเป็นรายวิชาใหม่  หรือการสร้างหลักสูตรย่อย  เพื่อเสริมหลักสูตรแม่บท  โดยให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา  และความต้องการของท้องถิ่น  ทั้งนี้  สามารถจัดทำมาตรฐานการเรียนรู้เพิ่มเติมจากมาตรฐานของหลักสูตรแม่บท

หลักสูตรท้องถิ่นที่พัฒนาสำหรับท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งโดยเฉพาะ  เป็นหลักสูตรที่หน่วยงานในท้องถิ่นพัฒนาเป็นหลักสูตรเฉพาะกิจ  และเป็นหลักสูตรระยะสั้น ๆ เพื่อใช้กับชุมชนหรือท้องถิ่นตามความต้องการและความสมัครใจของผู้เรียน  รวมทั้งความสอดคล้องกับสภาพสังคม  เศรษฐกิจ  และวัฒนธรรมของชุมชนในท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น  อาทิ  หลักสูตรซ่อมเครื่องยนต์  หลักสูตรทำขนม  หลักสูตรการทำอาหาร  เป็นต้น

ความจำเป็นของการมีหลักสูตรท้องถิ่น

ความจำเป็นของการมีหลักสูตรท้องถิ่นก็เนื่องจากหลักสูตรแกนกลางซึ่งเป็นหลักสูตรระดับชาติ ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง อันเนื่องมาจากความต้องการของแต่ละท้องถิ่นมีความแตกต่างกัน จึงต้องมีการนำหลักสูตรระดับชาติมาปรับให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่น  โรงเรียนแต่ละแห่งมีหน้าที่จัดการศึกษาให้เหมาะสมกับชุมชนนั้นๆ เพราะชุมชนแต่ละชุมชนมีสภาพปัญหาและความต้องการแตกต่างกันท้องถิ่นควรต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นของตนเอง
แนวทางในการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น

ในการพัฒนาหลักสูตรตามความต้องการของท้องถิ่นนั้น สถานศึกษาสามารถดำเนินการได้ในลักษณะต่อไปนี้

1.              ปรับกิจกรรมการเรียนการสอนหรือจัดกิจกรรมเสริม ในแต่ละกลุ่มวิชาในทุกระดับชั้นโดยปรับปรุง

จากหลักสูตรแกนกลางโดยไม่ทำให้จุดประสงค์ของหลักสูตรเปลี่ยนแปลง

2.              ปรับรายละเอียดของเนื้อหาโดยเพิ่มหรือลดรายละเอียดจากหลักสูตรแกนกลาง

3.              ปรับปรุงหรือเลือกใช้สื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับท้องถิ่น

4.              จัดทำสื่อการเรียนการสอนขึ้นมาใหม่ เช่นหนังสือเรียน คู่มือครู หนังสือเสริมประสบการณ์

แบบฝึกหัด หรือสื่ออื่น ๆเพื่อนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ เนื้อหาและสภาพท้องถิ่นโดยสื่อเหล่านี้อาจใช้กับเนื้อในรายวิชาที่มีอยู่เดิมหรือรายวิชาใหม่ที่พัฒนาขึ้นก็ได้

      5. จัดทำคำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติมจากที่ปรากฏในหลักสูตรแกนกลาง ทั้งนี้คำอธิบายรายวิชาที่จัดทำขึ้นต้องสอดคล้องกับจุดประสงค์เนื้อหาและความต้องการของท้องถิ่น

ขั้นตอนในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นในการนั้นสามารถดำเนินการได้ทั้งในระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งได้มีนักวิชาการ ได้เสนอไว้ 12 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นที่1     จัดตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำหลักสูตร

ขั้นที่2     ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน

ขั้นที่3     กำหนดจุดประสงค์ของหลักสูตร

ขั้นที่4     กำหนดเนื้อหา

ขั้นที่5     กำหนดกิจกรรม

ขั้นที่6     กำหนดชั่วโมงการเรียน

ขั้นที่7     กำหนดเกณฑ์การวัดและประเมินผล

ขั้นที่8     จัดทำเอกสารหลักสูตร

ขั้นที่9     ตรวจสอบคุณภาพและการทดลองใช้หลักสูตร

ขั้นที่10   เสนอขออนุมัติใช้หลักสูตร

ขั้นที่11    นำหลักสูตรไปใช้

ขั้นที่12    ประเมินผลหลักสูตร


องค์ประกอบของเอกสารกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น

ส่วนที่ 1  ส่วนนำ
           ส่วนนำ  เป็นส่วนที่กล่าวถึง ความเป็นมาและขั้นตอนของการจัดทำกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
          1.  แต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงาน  ควรประกอบด้วย  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา / ผู้บริหารส่วนราชการระดับท้องถิ่น  ผู้บริหารสถานศึกษาในท้องถิ่น  ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา  ครูผู้สอน  ผู้แทนชุมชน  เป็นต้น
          2.  วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูลจากเอกสารและแหล่งข้อมูลต่าง ๆ อาทิ  หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รวมทั้งศึกษาสภาพ  แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง  บริบท  สภาพปัญหา ความต้องการของท้องถิ่น  ชุมชน  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในพื้นที่  เป็นต้น
          3.  ดำเนินการจัดทำกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น : ในการดำเนินการจัดทำกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นให้มีคุณภาพ  จะต้องมีการวางแผนงานที่ชัดเจน  เพื่อให้เห็นภาพการทำงานตลอดแนว  ด้วยกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม
          4.  รับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง  อาทิ  ครูผู้สอน  ผู้ปกครอง  ปราชญ์ในชุมชน  และหน่วยงานธุรกิจ  ฯลฯ  เพื่อนำข้อคิดเห็นจากฝ่ายต่าง ๆ มาปรับปรุงกรอบหลักสูตรให้มีความเหมาะสมชัดเจนยิ่งขึ้น
          5.  เสนอคณะกรรมการเขตพื้นที่ / คณะกรรมการระดับท้องถิ่นเพื่อให้ความเห็นชอบ
          อนึ่ง การเรียกชื่อส่วนที่ 1 นี้อาจจะใช้ชื่ออื่น ๆ ได้ เช่น บทนำ ความนำ เกริ่นนำ ความเป็นมา ฯลฯ
ส่วนที่ 2  เป้าหมายและจุดเน้น
เป้าหมาย  เป็นทิศทางการส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาของท้องถิ่น  เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และความต้องการของท้องถิ่น โดยระบุถึงความรู้ ทักษะ กระบวนการ และคุณลักษณะที่ต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้นในผู้เรียน
จุดเน้น  เป็นความรู้  ทักษะ กระบวนการ  และคุณลักษณะที่ท้องถิ่นตระหนัก สนใจ หรือให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาและหรือพัฒนาเป็นพิเศษ  เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
การได้มาซึ่งเป้าหมายและจุดเน้น
เป้าหมายและจุดเน้นได้มาจากการศึกษา  วิเคราะห์ สังเคราะห์หลักสูตรแกนกลางศึกษา         ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551  ข้อมูลสารสนเทศ  สภาพปัจจุบัน  ปัญหา  และความต้องการของท้องถิ่น และจากการระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  โดยเน้นการมีส่วนร่วม



การเขียนเป้าหมายและจุดเน้น
การเขียนเป้าหมายและจุดเน้น  ควรเขียนให้เห็นทิศทางในการพัฒนาผู้เรียนที่สอดคล้องกับ  หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และความต้องการของท้องถิ่น  มีความเป็นไปได้ในการนำสู่การปฏิบัติจริง  และสามารถประเมินได้
ส่วนที่ 3  สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นเป็นองค์ความรู้  ทักษะ กระบวนการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ผู้เรียนควรเรียนรู้  ซึ่งเขตพื้นที่การศึกษาหรือหน่วยงานระดับท้องถิ่นพัฒนาขึ้น  โดยพิจารณาจากสภาพภูมิศาสตร์   ประวัติความเป็นมา  สภาพปัญหาชุมชน   วัฒนธรรม  เศรษฐกิจ  สังคม  การงานอาชีพ        ภูมิปัญญาท้องถิ่น  และแนวโน้มการพัฒนาท้องถิ่น  เพื่อปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรักและหวงแหนมรดกทางสังคมของบรรพบุรุษ มีความเป็นไทย  สามารถดำรงชีวิตและเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม
การได้มาซึ่งสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น  ได้มาจากการวิเคราะห์มาตรฐาน  ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและท้องถิ่น  ทั้ง 8 กลุ่มสาระและจากการศึกษาข้อมูล สารสนเทศ สภาพ ปัญหา การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน สังคม   แล้วนำมาสังเคราะห์จัดเป็นหมวดหมู่  เพื่อกำหนดเป็นสาระการเรียนรู้ระดับท้องถิ่น
การเขียนสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
การเขียนสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ควรกำหนดหัวข้อเรื่อง ขอบเขตเนื้อหา และประเด็นสำคัญที่ต้องการให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้  ทักษะ กระบวนการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์  โดยอธิบายในแต่ละประเด็นพอสังเขป  ตลอดจนมีการเสนอแนะแหล่งศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อให้สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนรู้
ส่วนที่ 4 การประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับท้องถิ่น
การประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับท้องถิ่น  เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนและการรายงานผลการศึกษาระดับท้องถิ่น  เพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  เป้าหมายและจุดเน้นของกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น  โดยการวัดและประเมินผลด้วยวิธีการและเครื่องมือที่หลากหลาย มีคุณภาพ เชื่อถือได้  เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของท้องถิ่น  
ในการกำหนดการประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับท้องถิ่น  ควรดำเนินการ ดังนี้
·       มีแนวทางในการดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามเป้าหมายและจุดเน้น  ทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และชั้นเรียน  โดยมีรายละเอียดในการดำเนินการเพียงพอที่จะให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  สถานศึกษา  และชั้นเรียนดำเนินการต่อได้
·       ระบุกลุ่มเป้าหมาย  กลุ่มสาระการเรียนรู้  วิธีการ เครื่องมือ  และเกณฑ์การประเมินที่ครอบคลุม  สอดคล้อง  และเหมาะสมกับเป้าหมายและจุดเน้นแต่ละข้อ
·       ใช้วิธีการและเครื่องมือในการวัดและประเมินที่หลากหลายในแต่ละเป้าหมายและจุดเน้น
·       ระบุกิจกรรมการประเมินที่สำคัญที่สอดคล้องและเหมาะสมกับเป้าหมายและจุดเน้น
·       มีแนวทางในการนำผลการประเมินไปใช้ในการวางแผนแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ส่วนที่ 5 การนำกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นสู่การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
เขตพื้นที่การศึกษาควรมีการนำเสนอแนวทาง วิธีการ และขั้นตอนแก่สถานศึกษาในการนำกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นสู่การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ดังนี้
·       การนำเป้าหมายและจุดเน้นไปใช้ในการกำหนดวิสัยทัศน์
·       การนำสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นไปใช้ในจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การสอดแทรกในรายวิชาพื้นฐาน  จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม จัดเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หรือจัดบรรยากาศที่ส่งเสริมจุดเน้นในการพัฒนาผู้เรียน
·       การนำแนวทางการประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับท้องถิ่นไปสู่การกำหนดการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ระดับสถานศึกษา และระดับชั้นเรียน

นอกจากนั้น  ควรเสนอแนะกิจกรรม วิธีการ หรือรูปแบบในการนำสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมายและจุดเน้น โดยมีรายละเอียดเพียงพอให้สถานศึกษาเห็นแนวทางที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้ 

ที่มา: https://www.gotoknow.org/posts/203508